สุดยอดไวน์ กับ สุดยอดอาหาร

สองเดือนก่อน...เจอคนรู้จักที่ไหน มักถูกตั้งคำถามแล้วเสวนาต่อ เรื่องอาหารมื้อละล้านบาทบวกบวก ในร้านอาหารหรูบนยอดตึกสูงของกรุงเทพนี้เอง ส่วนใหญ่จะคุยในประเด็นทางสังคมบ้าง ทางเศรษฐกิจบ้าง สร้างกระแสเชิงการค้าบ้าง เบื้องลึกเบื้องหลังก็มี จะจริงเท็จแค่ไหนผมก็ไม่ทราบ มีน้อยรายที่ว่ากันด้วยมุมมองของการกินการดื่ม ทุกรายมีความเห็นเชิงลบกันถ้วนหน้า ที่ผมกระตือรือร้นทีจะถกด้วย ก็ประเด็นการดื่มกินนี่แหละ เพราะวิจารณ์ได้อย่างมันปากตามประสาคนตะกละกับสุดยอดอาหาร 10 จานจากเชฟมิชิลิน 10 คน และสุดยอดไวน์ฝรั่งเศสอีก 10 ตัว มีมุมมองให้ปุจฉาวิสัชนากันมากมาย

คำถามคือเคยกินเคยดื่ม เจ้า 20 รายการที่ว่านี้มาไหม คำตอบของผมคือเคยกินอาหารของ 2 เชฟและเคยดื่มไวน์มา 6 ตัวครับ แต่ทั้ง 8 รายการนี้ ต่างกรรมต่างวาระ ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน ไวน์ 6 ตัวที่เคยดื่ม ถามว่าอร่อยมากไหม ต้องบอกว่าอร่อยมากครับ ถามต่อว่าคุ้มราคาหรือเปล่า คำตอบคือ ถ้าเป็นราคาในท้องตลาดปัจจุบัน ต้องบอกว่าไม่คุ้มแน่ เพราะแค่ไม่กี่ปี มันแพงกว่าราคาที่ผมเคยดื่ม 1 - 4 เท่าตัว ก็เป็นธรรมดา

ของหลักอุปสงค์อุปทาน เพราะไวน์เหล่านี้มีน้อย และยิ่งเหลือน้อยขวดลงทุกวัน

สิ่งที่ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับงานนี้ เป็นมุมมองของคอไวน์ คือการเอาสุดยอดไวน์ทั้ง 10 ตัวมาดื่ม พร้อมกัน ในโอกาสเดียวกัน คอไวน์มีความเห็นอย่างไร ได้ถกกับพรรคพวกในก๊วนเดียวกันตามประสาคนรักไวน์แล้ว มีหลายเหลี่ยมหลายมุมให้มองกันได้ครับ

wow

หนึ่ง...ถ้าถือเป็นโอกาสทองของชีวิต เพื่อจะได้บันทึกในความทรงจำว่า เคยผ่านเหตุการณ์ชนช้างครั้งสำคัญของสุดยอดไวน์ และเป็นครั้งเดียวด้วย เพราะคงไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดเอาไวน์ทั้ง 10 ตัวนี้มาเปิดพร้อมกันอีก แล้วตัวเองมีฐานะดีพอที่จะจ่ายเงินหนึ่งล้านบาท โดยรู้สึกเหมือนแค่ตีตั๋วดูคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อก้องโลก มาแสดงในเมืองไทย...อย่างนี้คุ้มครับ ทำไปเถอะ เพราะเป็นโอกาสเดียวทีมีอยู่จริง ๆ

สอง...ไม่ใช่คอไวน์ แต่อยากกินอาหารจานเด็ดจากเชฟมิชิลิน ไวน์ที่เอามาให้ดื่ม ไม่รู้หรอกว่าเป็นไวน์ดีหรือไม่ ดื่มไวน์ไม่เป็นว่างั้นเถอะ... อย่างนี้ไม่คุ้มค่าแน่ เพราะสิ่งที่บริโภค ให้คุณค่าเพียงแค่ครึ่งเดียวของราคาที่ต้องจ่าย เพราะราคาไวน์ของงานนี้ พอ ๆ กับราคาอาหารที่รวมค่านำเข้าเชฟมิชิลินแล้ว

wow

สาม...ดื่มสุดยอดไวน์คู่กับสุดยอดอาหาร ต้องเป็นอะไรที่สุดยอดทวีคูณเป็นแน่... อันนี้พรรคพวกในก๊วนผมลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่จริง เพราะจะดื่มไวน์หรือกินอาหารก็เลือกเอาซักอย่าง ถ้าตั้งใจจะกินสุดยอดอาหารของเชฟมิชิลิน ไวน์ที่จับคู่ต้องลดลงมาเป็นตัวเสริม เป็นไวน์ที่ไปได้ดีกับส่วนประกอบของอาหาร แล้วประคองส่งให้อาหารออกรสชาติตามที่เชฟตั้งใจ คนกินจะได้จดจำความอร่อยของอาหารจานนี้ไปอีกนาน จนจำไม่ได้ว่ากินกับไวน์ตัวไหน แต่ถ้าตั้งใจจะดื่มสุดยอดไวน์ อาหารที่เสิร์ฟ ไม่ควรมีรสชาติโดดเด่นจนบดบังรัศมีทำการของไวน์ ต้องลดมาเป็นเพียงตัวประกอบ เพื่อให้ไวน์ได้เปล่งประกายความสุดยอดของมัน คนดื่มจึงจะประทับใจ เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าของเขากับไวน์ไปอีกนาน ตกลงงานนี้เลยไม่รู้ว่าเป้าหมายของผู้จัด ต้องการให้ไปกินสุดยอดอาหาร หรือไปดื่มสุดยอดไวน์กันแน่

wow

สี่...ดื่ม 10 สุดยอดไวน์พร้อมกันในครั้งเดียว เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ 10 ชั้น เพราะไวน์แต่ละตัวที่เลือกมาจะหนุนส่งกันให้ขึ้นไปถึง... มุมนี้ก๊วนผมก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่จริงอีกครับ เพราะการมีโอกาสได้ดื่มสุดยอดไวน์แต่ละครั้ง ต้องให้เกียรติกับไวน์ด้วย จะซดโฮกเหมือนดื่มเบียร์มันไม่เหมาะแน่ ต้องมีเวลาให้เขาและมีความตั้งใจในการดื่ม ต้องละเลียดกับรายละเอียด ซึมซับกับความสุดยอด ให้สมกับที่คนทำไวน์ตั้งใจปรุงแต่ง และธรรมชาติก็เอื้ออำนวยด้วย จึงจะเกิดความประทับใจเหมือนได้ปีนบันไดขึ้นสวรรค์กับไวน์ตัวนั้น การมัดรวมกันมาทั้ง 10 ตัว ให้ดื่มกลั้วกับอาหารภายในเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมง ต่อให้เป็นแค่การชิมไวน์ ก็ยังเหนื่อยเลยครับ จะดื่มสุดยอดไวน์ ไม่ควรมีเกิน 2 สุดยอดในคราวเดียว ที่เหลือควรเป็นเหล่าเสนาอำมาตย์ และทหารองครักษ์ ไวน์ตัวรองจะปูพื้น ล้างปาก ปลุกต่อมรับกลิ่นและรสของคนดื่ม ให้ตื่นตัวเพื่อเตรียมสภาพก่อน แล้วนำทางไปจนถึงไวน์ตัวสำคัญ อวัยวะรับรู้จึงพร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่

wow

แต่ถ้าดื่มสุดยอดไวน์ตั้งแต่ตัวแรก ไล่ไปเรื่อย ได้แค่ครึ่งทาง จะรู้สึกได้ดื่มแต่ไวน์อร่อยเหมือนกันไปหมด ไม่มีตัวไหนเด่น ลิ้นชากับความอร่อยจนไม่น่าสนใจ ไวน์ทั้ง 10 ตัวมาจากต่างเขต ต่างแคว้น มีบุคลิกที่ต่างกัน กลิ่นรสก็ไม่เหมือนกัน เป็นยอดไวน์ของแต่ละเขต และเป็นปีเยี่ยมของแต่ละตัว การดื่มไวน์ที่มี 10 ความแตกต่างภายในอาหารมื้อเดียว เป็นการยัดเยียดให้คอไวน์ ต้องผ่านไวน์แต่ละตัวไปอย่างลวก ๆ ไม่มีเวลาละเลียดและซึมซับความโดดเด่นของไวน์ไปอย่างน่าเสียดาย แล้วยังต้องพะวงกับรสชาติอาหารชั้นยอดอีก 10 จาน ดื่มกินมื้อนี้เสร็จ จะมีใครจำกลิ่นรสของไวน์แต่ละตัวได้บ้างหรือเปล่า ก็ไม่รู้ เปรียบไปแล้ว
งานนี้เหมือนหนังฟอร์มยักษ์ ที่จับเอา 10 พระเอกชั้นยอดมาประกบ 10 นางเอกชั้นเยี่ยมจนเต็มจอ ไม่มีพระรองนางรองมาหนุนบท ต่างก็เล่นไปตามที่ตัวเองถนัด คนดูเลยไม่รู้จะเลือกโฟกัสที่ตรงไหน มั่วยิ่งกว่าหนังเรื่อง Love Actually เสียอีก เพราะหนังเรื่องนั้นมีแค่ 8 คู่ก็ป่วนเต็มที่แล้ว คิดแล้วสงสารคนดูหนังเรื่องนี้นะครับ

wow

ถ้าให้ผมเลือกระหว่างไปงานนี้ กับเปิด Chateau Latour 1961 เพียงขวดเดียวที่บ้าน ค่อย ๆ ละเลียดกับไวน์สักสามชั่วโมง ย่างเนื้อ Wagyu ชิ้นบาง ๆ กินกับร้อคเก็ตสลัดราดซอสบัลซัมมิค... ผมจะเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเลเลยครับ

บทความโดยคุณ ชัย จรุงธนาภิบาล

recommended