แก้วไวน์

วันก่อนเพื่อนผมชวนไปกินข้าวที่บ้าน...หมอนี่ชอบดื่มไวน์ แต่ไม่ค่อยศึกษาหาความรู้เรื่องไวน์เพราะถือคติว่าดื่มไปเรื่อย ๆ ตัวไหนพอใจก็ดื่มบ่อยหน่อย แต่ต้องเป็นไวน์แดงจากองุ่นคาเบอร์เน่ต์ โซวีนยองเท่านั้น...แกดื่มได้กับอาหารทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแกงไก่ ยำเนื้อหรือกุ้งเผา ไม่เว้นแม้แต่กับของหวาน…ส่วนไวน์ขาวนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดเลย...แม้ผมจะหิ้วไวน์แดงชั้นดีจากเขตโรน (Rhone) ซึ่งใช้องุ่นพันธุ์ซีราห์ไปเปิดในวันนั้น พวกดื่มได้คำเดียวก็บอกว่าเหม็นเขียวแล้วไม่แตะอีกเลย

...ที่น่าสนใจก็ตรงเพื่อนผมเขาเอาแก้วที่ผมไม่คุ้นเคยมาขึ้นโต๊ะเสิร์ฟไวน์…แก้วเจียรนัยใบเล็กสีน้ำเงินปากบานทรงระฆังหงาย แกะสลักลวดลายขลิบทองสวยงาม…เวลารินไวน์ทีต้องรินเกือบเต็มแก้ว เพราะถ้ารินเพียงหนึ่งในสามตามตำรา จะได้เนื้อไวน์แค่คำเดียวเท่านั้น

ผมถามว่าทำไมจึงใช้แก้วอย่างนี้ดื่มไวน์…ได้คำตอบชัดเจนว่าแก้วชุดนี้เป็นแก้วเจียรนัยชั้นดี ซื้อมาจากยุโรป ราคาแพงที่สุดในบ้าน จึงเอามารับรองเพื่อนฝูง...ผมถามต่อว่ารู้จักการดู ดม อม กลืน ไวน์บ้างไหม...พวกตอบว่าจะดื่มไวน์ทั้งที ทำไมจะต้องยุ่งยากซับซ้อนขนาดนั้น

wow

...ก็เลยได้เรื่องมาเล่าให้ฟังว่า อันคนดื่มไวน์นั้นแบ่งออกเป็นสองพวก…พวกแรกดื่มไวน์เพียงเพื่อเป็นส่วนประกอบในมื้ออาหารหรือไม่ก็ถือเป็นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งเท่านั้น…ส่วนอีกพวกเป็นคอไวน์ที่เอาจริงเอาจังถือว่าการดื่มไวน์เป็นการเสพสุนทรียรสขององค์ประกอบที่ลงตัวระหว่างธรรมชาติและฝีมือคนทำไวน์

แก้วไวน์เป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนดื่มไวน์มักมองข้ามเสมอ...ถ้าพิจารณาให้ดีแก้วไวน์ไม่ได้เป็นเพียงภาชนะที่บรรจุไวน์เพื่อนำมาดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สื่อให้คนดื่มได้เข้าถึงไวน์ทั้งรูป รส กลิ่นและสัมผัส

คนดื่มไวน์พวกแรกถือว่าไวน์นั้นดื่มโดยใช้ภาชนะอะไรก็ได้...แต่พวกที่สองกลับถือว่าแก้วไวน์เป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีเบญจลักษณะครบถ้วนจึงจะทำให้การดื่มไวน์สมบูรณ์แบบ

คำว่าเบญจลักษณะของแก้วไวน์ฟังดูหรูหรา…ผมตั้งให้ดูโก้ไปอย่างนั้นเอง…ที่จริงต้องการเพียงเพื่อจะบอกลักษณะดีห้าข้อของแก้วไวน์ให้ทราบเท่านั้น

ข้อแรก...ต้องเป็นแก้วใส มองทะลุชัดเจน ไม่มีการสลักลวดลายใด ๆ หรือมีสีอื่นใดเจือปน…เพราะเราต้องการเห็นน้ำไวน์อย่างชัดเจนทั้งสี ความขุ่นใส ความเข้มข้นเจือจาง สิ่งแปลกปลอมและอื่น ๆ...เพื่อจะจินตนาการถึงที่มาที่ไป อายุและความพร้อมดื่มของไวน์…ยิ่งถ้าได้ส่องไวน์โดยมีผ้าขาวเป็นฉากหลังก็จะเห็นสีสันอันสวยงามของน้ำไวน์แต่ละตัวซึ่งมีบุคลิกแตกต่างกัน

wow

ข้อสอง...แก้วไวน์ที่ดีต้องมีก้าน จะยาวหรือสั้นเพียงไรก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องให้นิ้วทั้งห้าของเราจับตรงก้านแก้วได้อย่างกระชับและมั่นคงโดยไม่มีส่วนไหนของมือสัมผัสกับตัวแก้วได้เลย...เพราะไม่ต้องการให้นิ้วหรืออุ้งมือของเราถ่ายเทอุณหภูมิไปสู่น้ำไวน์…ก้านแก้วยังช่วยให้ง่ายในการแกว่งแก้วเพื่อให้น้ำไวน์หมุนวนในแก้วแล้วกระจายกลิ่นออกมา

wow

ข้อสาม...ปากแก้วต้องสอบแคบลง...เพื่ออุ้มเก็บกลิ่นไวน์ให้อยู่ระหว่างผิวของน้ำไวน์และขอบแก้วไม่ให้กระจายหายไปไหน ...แล้วยังช่วยคุมไม่ให้น้ำไวน์กระฉอกตอนเราแกว่งแก้ว

wow

ข้อสี่…แก้วไวน์ที่ดีต้องบางที่สุดเท่าที่จะผลิตได้...เพื่อสร้างความใกล้ชิดในทุกสัมผัสระหว่างตัวเรากับน้ำไวน์…ขณะเดียวกันต้องมีน้ำหนักพอสมควรเพื่อให้ความรู้สึกหนักแน่นไม่เปราะบาง…ราคาของแก้วไวน์ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ แก้วยิ่งบางลงแต่ยังมีน้ำหนักดีเท่าใด ก็จะมีราคาแพงขึ้นเท่านั้น

wow

และข้อสุดท้าย…รูปทรงของแก้วไวน์ต้องเหมาะสมกับชนิดของไวน์ที่ดื่ม…เช่นแก้วเล็กหน่อยสำหรับไวน์หวาน แก้วสูงหน่อยสำหรับไวน์ฟองซ่า เป็นต้น…ได้มีการออกแบบรูปทรงแก้วไวน์มากมายหลายแนวทางจนเลือกไม่ถูก

wow

ที่ขึ้นชื่อเห็นจะเป็นแก้วยี่ห้อ Riedel…ซึ่งออกแบบแก้วไวน์มาหลายรุ่นเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างกัน แต่ละรุ่นยังแยกแยะให้เหมาะกับไวน์แต่ละชนิดอีกด้วย...เจ้านี้เขาทำแก้วไวน์อย่างมีวิชาการโดยศึกษาเรื่องกลิ่นและรสของไวน์จากองุ่นแต่ละพันธุ์ การรับรสของแต่ละส่วนในลิ้นและสรีระในโพรงปากของเรา แล้วออกแบบรูปทรงโดยเน้นที่ตัวแก้ว ขอบแก้ว ความแคบของปากแก้ว เพื่อบังคับการไหลของน้ำไวน์จากแก้วให้เข้าปากไปยังจุดที่เน้นความเด่นของไวน์แต่ละชนิด…ส่วนใครที่อยากได้แก้วไวน์แบบบางเฉียบแต่น้ำหนักดี ก็ต้องยกให้ยี่ห้อ Spiegelau เขาครับ

คอไวน์แต่ละคนจะมีแก้วไวน์เป็นอาวุธประจำกายที่มีรูปทรงและการใช้ไม่เหมือนกัน…ถ้าท่านยังไม่มี ผมแนะนำว่าท่านต้องไปเดินหาเอาเอง...เห็นใบไหนถูกตาต้องใจ จับแล้วได้ความรู้สึกดี มีเบญจลักษณะอย่างที่ผมว่า ก็ซื้อเลย…แต่อย่าลืมดูราคาแล้วเลือกเอาที่มันสมน้ำสมเนิ้อด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ชัย จรุงธนาภิบาล