ทำไมต้องรู้เรื่องไวน์ ?

จะดื่มไวน์ไปทำไม ?
“เท่ห์มั้ง”
“แพงดี”
“เลียนแบบดาราในทีวี กำลังฮิต”
"มันเรื่องของชั้น”

ถ้าคำตอบออกแนวนี้ บทสนทนาต่อไปไม่ได้คุยเรื่องไวน์กันหรอก จะต่อด้วยความเผ็ดร้อน สั้นห้วน เปลี่ยนเรื่อง หรือจากกันไป ก็แล้วแต่สัมพันธภาพของคู่สนทนา แต่ถ้าเป็นแนวนี้ “ชอบอ่ะ”
“น่าสนใจ มีมิติลึกล้ำให้ศึกษา”
“เป็นผลดีต่อสุขภาพ”
“เข้ากับอาหารได้ดี มันวิเศษจริง ๆ”

คำตอบอย่างนี้ จะทำให้เกิดคำถามต่อเนื่อง การสนทนาเริ่มน่าสนใจ ยิ่งเจอกับคนมีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน คุยเป็นชั่วโมงไม่มีเบื่อ แลกเปลี่ยนความเห็นจนถึงขั้นชวนไปดื่มไวน์กันเลยก็มี

มีเรื่องอะไรนักหนาให้คุยเกี่ยวกับไวน์หรือครับ ถ้าตอบแบบสั้นคือ มันชวนติดตามตั้งแต่ม้วนแรกไปเรื่อยแบบไม่มีม้วนสุดท้าย สนุกกว่าดูแดจังกึมต่อด้วยจูมงแถมซี่รี่ย์ 24 อีก 6 ซีซั่นเสียอีก ถ้าให้ตอบแบบยาว ก็ต้องว่ากันหลายปี ค่อย ๆ แกะเกาเอาทีละสะเก็ด สะสมไปเรื่อย ค่อย ๆ เปลี่ยนจากคนที่สนใจเป็นผู้ชื่นชอบ ยกระดับเป็นคอไวน์ แล้วจึงกลายเป็นเซียนไวน์ในที่สุด

wow

มีเซียนไวน์ชั้นครูคนหนึ่ง คอยพร่ำเตือนคอไวน์รุ่นน้องที่เจริญรอยตามอยู่เสมอว่า วิถีของคอไวน์ไม่มีทางลัด ต้องเดินไปตามแนวทางที่ถูก พื้ืนฐานต้องแน่น หมั่นฝึกฝนและสังเกต จึงจะขึ้นชั้นต่อไปได้อย่างไม่มั่ว

แต่ก็อีกมากที่คิดว่า เจอพวกคอไวน์คุยกันแล้วน่าเบื่อ มัวแต่พร่ำเรื่องเพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้ มีแต่จินตนาการทั้งนั้น เข้าข่ายรู้มากยากนาน รู้น้อยเลยพลอยรำคาญ กะอีแค่จะดื่มไวน์เหมือนชาวบ้านเขา จะต้องไปรู้อะไรหนักหนา ยกแก้วเทเข้าปากแล้วกลืนก็เท่านั้นเอง ไม่ใช่หรือ

คนเรามีสถานะในสังคม ใครมีชีวิตในหมู่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับไวน์เลยก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าใช้ชีวิตในแวดวงที่ต้องสัมผัสไวน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วไม่อยากรู้เรื่องไวน์เลยสักนิด ก็กระไรอยู่นา แน่ ๆ ก็คือใครที่ยอมทนอ่านมาได้จนถึงบรรทัดนี้ ผมว่าต้องมีความสนใจอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

เคยเจอสถานการณ์อย่างนี้ไหมครับ อยู่ในวงสนทนากับเพื่อน ตอนเขาคุยเรื่องไวน์ จะหงุดหงิดเหมือนถูกกันให้อยู่วงนอก เพราะไม่รู้จะพูดคุยอะไรด้วย เหมือนเขาคุยเรื่องสูตรเคมีที่เราไม่รู้เรื่องเลย

wow

ถ้าเป็นแบบนี้หละ ไปกินข้าวกับใครสักคน เธอบอกว่าอยากลองดื่มไวน์ ดูเมนูไวน์แล้วไม่รู้จะทำยังไงต่อ ไม่อยากบอกบริกรที่กำลังรอคำสั่ง เพราะกลัวพูดผิดแล้วปล่อยไก่ตัวโต แล้วแบบนี้หละ อยากดื่มไวน์ เข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นขวดไวน์เรียงรายอยู่บนชั้น ไม่รู้จะหยิบขวดไหนดี ไม่เห็นความแตกต่างของแต่ละขวด รู้แต่ว่าฉลากขวดไหนสวยกว่าขวดไหนแค่นั้นเอง ขาดความมั่นใจที่จะเลือกซื้อ

ถ้าคุณต้องอิหลักอิเหลื่อกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับสถานการณ์ที่ว่านี้บ่อย ๆ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรมีความรู้เรื่องไวน์เป็นวิชาติดตัวบ้าง จะได้ไม่อึดอัดเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับไวน์ แล้วจะเริ่มอย่างไร ตรงนี้ไม่ยากครับ ไม่ต้องท่องไม่ต้องจำ แค่ให้ความสนใจเขาหน่อย ไม่นานก็รู้เรื่อง เจอไวน์แล้วไม่กลัว เห็นไวน์เหมือนเห็นเกมคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจแล้วอยากลอง

สิ่งแรกที่ควรรู้ คือไวน์มาจากคำภาษาอังกฤษเขียนว่า Wine เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนึ่ง ดื่มมากแล้วเมาเหมือนดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ไวน์ทำจากองุ่น เอามาหมักให้เกิดแอลกอฮอล์ มีกลิ่นและรสในตัวเอง ดื่มได้โดยไม่ต้องปรุงแต่ง

ถ้าเอาผลไม้ชนิดอื่นมาหมัก ก็เรียกว่าไวน์เหมือนกันแต่ต้องเอาชื่อผลไม้นั้นมาต่อท้าย เช่น ไวน์แอปเปิล ไวน์สัปรด ไวน์สตรอเบอรี่ ไวน์มังคุด เป็นต้น ถ้าเรียกว่าไวน์เฉย ๆ ให้รู้เลยว่าทำมาจากองุ่น องุ่นเป็นผลไม้พิเศษ เหมือนจะเกิดมาเพื่อทำไวน์โดยเฉพาะ เพราะมีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งน้ำตาล กรด สารอาหารและที่สำคัญคือราหรือยีสท์ในตัว ฟังแล้วอย่าตกใจ ราไม่ใช่เชื้อโรค ขนมปังต้องใส่ยีสท์ถึงจะฟู เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายไม่ว่าเบียร์ เหล้า กระแช่ อุ บรั่นดี ล้วนต้องผ่านการหมักด้วยยีสท์ทั้งนั้น องุ่นมียีสต์ในตัวเอง เป็นฝุ่นขาวที่เกาะอยู่ที่เปลือกเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตอนเป็นองุ่นก็เหมือนผลไม้ธรรมดา แต่ถ้าทำเป็นไวน์แล้วจะเหมือนมีชีวิตใหม่ขึ้นมา มีพัฒนาการตลอดตามกาลเวลาที่ผ่านไป สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในมิติของทั้งสี กลิ่น รส เนื้อหนัง ความเข้มข้น และความซับซ้อน

wow

ไวน์ไม่ใช่ของใหม่ อยู่คู่กับมนุษย์มานานแล้ว เพราะความที่องุ่นมียีสท์ในตัว เกิดการหมักได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รุ่นแรกที่ทำให้มนุษย์ติดใจ กำเนิดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ แต่สืบสาวราวเรื่องกลับไปได้ 8,000 ปีที่ดินแดนซึ่งเป็นประเทศอิหร่านในปัจจุบัน

ไวน์เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในศาสนาคริสต์และยิว เมื่อคนในศาสนานี้อพยพไปต่างถิ่น ก็นำเอาความเคยชินที่เกี่ยวกับไวน์ไปดินแดนใหม่ด้วย ในทำนองเดียวกัน คนในยุคปัจจุบันเมื่อไปศึกษาในต่างประเทศ ก็นำเอาวัฒนธรรมดื่มไวน์กลับมาบ้านเกิด จึงทำให้การดื่มไวน์แพร่กระจายไปทั่วโลก ในยุโรป ไวน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไวน์กับอาหารเป็นของคู่กัน ก็เหมือนโอเลี้ยงกับข้าวแกงของคนไทยรุ่นเก่า หรือชาเขียวกับไก่ทอดของวัยรุ่นยุคนี้ พฤติกรรมของคนดื่มไวน์จะว่าไปเหมือนคนใช้โทรศัพท์มือถือ บางคนเอาแค่ติดต่อพูดคุยกับคนอยู่ไกลได้ก็พอ บางคนต้องให้ถ่ายรูปและฟังเพลงเพื่อความเพลิดเพลินได้ด้วย มีไม่น้อยที่ต้องการถึงขั้นช่วยทำงาน รับส่งอีเมล์ เก็บข้อมูล เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กติดตัว คนดื่มไวน์ก็เช่นกัน บางคนต้องการเพียงแค่เสริมรสชาติของอาหาร แต่บางคนดื่มเพื่อเสริมบารมี เพิ่มสถานะในสังคม และอีกหลายคนที่คลั่งไคล้ในมิติอันลึกล้ำซับซ้อนของไวน์ซึ่งไม่สามารถหาไ้ด้จากของเล่นอื่น

หากคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องเกี่ยวข้องกับไวน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะช้าจะเร็วก็ต้องเรียนรู้เรื่องไวน์อยู่ดี ผมแนะนำให้เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยครับ ทั้งทางด้านทฤษฏีและปฏิบัติ คุยเรื่องไวน์ให้มากขึ้น ดื่มไวน์ให้อร่อย ติดตามอ่านเรื่องไวน์ให้สนุก

...ส่วนอยากจะเป็นผู้รู้ระดับไหน ยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ครับ ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ เครื่องติดเมื่อไหร่ ก็รู้เองว่าจะไปได้แค่ไหน

บทความโดยคุณชัย จรุงธนาภิบาล

บทความแนะนำที่น่าสนใจ